8 สารอาหาร 8 เสาหลักของบ้าน เพื่อสุขภาพดีไม่มีสิ้นสุด
โภชนาการที่ดีถือเป็นด่านแรกของสุขภาพที่ดี และความจริงที่ชัดเจนมากที่สุดคือสุขภาพดี ต้องการโภชนาการที่เพียงพอและครบถ้วน แต่ชีวิตในปัจจุบัน เราเลือกทาน เลือกงาน เลือกกิจกรรม ได้ตามความต้องการของตัวเราเอง กลายเป็นปัญหาใหม่ว่าเราเลือกไม่ถูก เลือกไม่หลากหลาย และก่อให้เกิดวิกฤตต่อสุขภาพ โดยเฉพาะวิกฤตโภชนาการ ที่เกิดจากการทานอาหารไม่หลากหลายเช่นเดิม กับการถาโถมเข้ามาของอาหารแปรรูป
หากเปรียบร่างกาย
เป็นเหมือนบ้านของเรา
1. โปรตีน
เปรียบเสมือนก้อนอิฐสร้างบ้าน ร่างกายนำไปใช้สร้างพลังงาน ซ่อมแซมเซลล์ และส่วนต่างๆ ในร่างกาย ดุจก้อนอิฐที่ก่อตัวขึ้นเป็นโครงสร้างของบ้าน โปรตีนช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต อีกทั้งยังเป็นสารตั้งต้นของฮอร์โมนและสารสื่อประสาท จึงมีผลต่อการทำงานของร่างกายในหลายระบบ โดยทั่วไป แนะนำคนไทยช่วงอายุ 19-59 ปี ทานโปรตีนอย่างน้อยวันละ 0.8-1.2 กรัม ขึ้นอยู่กับขนาดร่างกายและกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกาย ซึ่งการได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ ก็เหมือนการสร้างบ้านที่ก้อนอิฐไม่เพียงพอ ผลก็คือ ผนังบ้าน ฝาบ้าน จะไม่แข็งแรง กันลม กันฝน กันร้อน ให้เราไม่ได้
2. วิตามินและเกลือแร่
เปรียบเสมือนปูนก่ออิฐโบกตึก วิตามินได้แก่ วิตามินเอ วิตามินบีรวม วิตามินซี วิตามินอี วิตามินดี และวิตามินเค จัดเป็นสารอาหารที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้ในการทำงานของทุกเซลล์ เสริมขบวนการเผาผลาญ ดึงพลังงานมาใช้ รวมทั้งซ่อมแซมร่างกาย หากขาดวิตามินในระยะเวลานานจะก่อให้เกิดโรคเฉพาะได้ ส่วนเกลือแร่เป็นตัวเชื่อมปฏิกิริยาในร่างกายให้ไหลลื่น และเป็นส่วนประกอบของกระดูก กล้ามเนื้อ เป็นแกนสำคัญในการสื่อสารระหว่างเซลล์ การได้รับวิตามินและเกลือแร่ไม่เพียงพอ ก็เปรียบเหมือนบ้านที่ขาดปูนที่เชื่อมอิฐ ที่จะประสานโครงบ้านส่วนต่างๆ บ้านก็จะล้มได้ง่ายๆ
3. ไฟโตนิวเทรียนท์
เปรียบเสมือนสีทาบ้านและน้ำยาเคลือบ ช่วยปกป้องบ้านจากมลพิษ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ และสร้างการตอบสนองต่อภูมิคุ้มกัน สารไฟโตนิวเทรียนท์ คือ สารอาหารที่ร่างกายได้รับจากผักผลไม้ โดยเฉพาะผักผลไม้ที่มีสีสัน หลากหลาย เป็นสารอาหารที่ร่างกายควรได้รับเป็นประจำ แต่เน้นที่ชนิดความหลากหลายมากกว่าปริมาณ หากขาดสารไฟโตนิวเทรียนท์ ก็เหมือนบ้านที่ขาดสีคอยปกป้อง และสะท้อนความร้อนออกจากตัวบ้าน หรือตัวบ้านชื้นเสียหายจากสิ่งแวดล้อมได้ง่ายๆ
4. กรดไขมันโอเมก้า-3
เปรียบเสมือนระบบไฟฟ้าและประปาภายในบ้าน แม้จะเป็นไขมัน แต่เป็นไขมันที่ดี หน้าที่สำคัญไม่เพียงแต่เป็นพลังงาน ยังทำหน้าที่ควบคุมไขมันดี และเป็นสารตั้งต้นในเซลล์ต่างๆ ที่ผลิตสารสื่อระหว่างเซลล์ ฮอร์โมน ทำงานควบคุมระดับการอักเสบในร่างกายให้อยู่ในระดับที่พอดี จำเป็นต่อการทำงานของจอตาและเซลล์สมอง งานวิจัยพบส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า โอเมก้า-3 ช่วยเสริมสร้างระบบหัวใจและหลอดเลือด เพราะหลอดเลือดเป็นท่อหล่อเลี้ยงของร่างกาย โดยทำหน้าที่ส่งผ่านสารอาหาร ออกซิเจน และสิ่งต่างๆ ที่สำคัญของร่างกาย เปรียบเสมือนท่อประปาและท่อไฟฟ้าของบ้านที่สำคัญต่อทุกส่วนภายในบ้าน
5. วิตามินบี
เปรียบเสมือนหม้อแปลงไฟฟ้า วิตามินบี1 บี2 บี3 บี5 บี6 บี12 และโฟเลต เป็นส่วนประกอบสำคัญในขบวนการเผาผลาญในเซลล์ ช่วยให้ปฏิกิริยาชีวเคมีในร่างกายทำงานได้อย่างสมบูรณ์ รวดเร็ว จึงเปรียบได้กับอุปกรณ์สำคัญซึ่งแปลงพลังงานไฟฟ้าให้พร้อมใช้ในบ้าน ช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานจากคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน อย่างเต็มที่ ยิ่งผู้ที่ใช้ร่างกายหนัก ใช้สมองมาก ยิ่งต้องการวิตามินบีอย่างเพียงพอ จึงจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การขาดวิตามินบี จึงเปรียบเหมือนขาดตัวแปลงพลังงานสู่ภายในบ้าน ทำให้เซลล์ทำงานช้าลง อ่อนเพลียได้ง่าย
6. โพรไบโอติกและไฟเบอร์
เปรียบเสมือนแม่บ้าน โพรไบโอติกคือจุลินทรีย์ที่ดี ส่วนไฟเบอร์คือกากใยอาหารเสริมเชื้อโพรไบโอติกให้เพิ่มขึ้นและอยู่ในร่างกายได้นานขึ้น โพรไบโอติกและไฟเบอร์ทำงานร่วมกัน จะช่วยดูแลเสริมการย่อยและการดูดซึมสารอาหารต่างๆในทางเดินอาหาร ลดเชื้อโรคที่กวนการทำงานของลำไส้ และรักษาสมดุลภูมิคุ้มกันในร่างกาย การขาดทั้ง 2 ตัว จึงเปรียบเสมือนบ้านที่ขาดแม่บ้านหรือพ่อบ้านที่คอยดูแลความเรียบร้อยในบ้าน แก้ไข ซ่อมแซม ปัญหาทั่วไปในบ้าน เพราะปัญหาเล็กน้อยในบ้านก็กลายเป็นเรื่องเสียหายมากได้ และอาจกระทบทุกคนในบ้าน
7. วิตามินซี
เปรียบเสมือนระบบรักษาความปลอดภัย ช่วยเสริมภูมิต้านทานในร่างกาย ที่ช่วยป้องกันบ้านของเราจากคนแปลกหน้าหรืออันตรายที่จะเข้ามาในบ้าน และไม่เพียงป้องกัน วิตามินซียังมีส่วนช่วยในกระบวนการต่อต้านผู้ร้ายต่อเรา ได้แก่ สารอนุมูลอิสระ ปกป้องเซลล์ และการทำหน้าที่ปรับระบบภูมิคุ้มกันร่างกายต่อสิ่งแปลกปลอมได้อย่างมีประสิทธิภาพ การขาดวิตามินซี จึงเปรียบเสมือนบ้านที่ขาดรั้ว หรือระบบรักษาความปลอดภัยที่จำเป็นต่อผู้อาศัย
8. แคลเซียม
เปรียบเสมือนเสาเข็ม จำเป็นต่อการทำงานในระดับเซลล์ ระบบประสาท และสำคัญยิ่งต่อกระดูกที่แข็งแรง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของบ้าน มีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง การเสริมแคลเซียมร่วมกับแมกนีเซียมและวิตามินดี จึงเหมือนการสะสมต้นทุนความแข็งแรงของกระดูก ควรเริ่มต้นตั้งแต่วัยหนุ่มสาว ก่อนเกิดภาวะกระดูกพรุน การได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ จึงเปรียบเหมือนตัวบ้านที่เสาเข็มค่อยๆ เปราะบางลง ขาดแรงค้ำยันที่เป็นแกนกับตัวเรือนของบ้าน ทำให้ล้มหรือพังได้ง่ายๆ
ดังนั้น โภชนาการครบถ้วนจะเปลี่ยนเสาหลัก เป็นเสาเหล็กต่อสุขภาพที่คุ้มครองค้ำจุนร่างกาย ให้เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังจากภายใน





ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น